บทที่ 9 วิวาห์ฉุกเฉิน ทวงคืนหัวใจ EP9
“ผะ...ผมแค่เข้ามาทักทายคนรู้จักครับ” กฤตย์ละล่ำละลักแก้ตัว ตัวสั่นงันงกราวกับลูกนกตกน้ำ
“คนรู้จักอย่างนั้นเหรอ” อาทิตย์ตะวันปรายตาเหยียดมองเศษเดนมนุษย์ตรงหน้า “รปภ. ปล่อยให้สวะแบบนี้เล็ดลอดเข้ามาในงานของฉันได้ยังไง”
สิ้นคำตวัดเสียง ชายชุดดำร่างยักษ์สามคนก็ปรากฏตัวขึ้น และเข้ามาประกบและหิ้วปีกกฤตย์ให้ลุกขึ้นยืนในพริบตา
“จัดการลากตัวมันออกไปทางหลังร้าน อย่าให้แขกคนอื่นแตกตื่น” อาทิตย์ตะวันสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “และทำให้มันเรียนรู้ซะว่า การแตะต้องผู้หญิงของฉัน มันต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยอะไร”
“ครับเจ้านาย”
กฤตย์พยายามจะอ้าปากร้องขอความเมตตา ทว่าบอดี้การ์ดคนหนึ่งจัดการอุดปากเขาไว้แน่น ก่อนจะลากตัวร่างผอมบางนั้นออกไปจากห้องจัดเลี้ยงอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด ราวกับฝุ่นผงที่ถูกกวาดทิ้งไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ
เมื่อความวุ่นวายสงบลง อาทิตย์ตะวันหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กที่ปรากฏรอยแดงช้ำจากการถูกบีบรัดขึ้นมาดู นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะคาดเดา เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นลูบไล้รอยช้ำนั้นแผ่วเบาราวกับกำลังปลอบประโลม
“เธอเจ็บตรงไหนอีกไหม” เขาถามเสียงอ่อนลงจากเมื่อครู่เล็กน้อย
“ไม่ค่ะ ฉันไม่เป็นไร” แก้วกรุณาส่ายหน้าช้าๆ ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาเยียวยาความหวาดกลัวในใจของเธอจนหมดสิ้น “ขอบคุณนะคะที่คุณเข้ามาช่วยทันเวลา”
อาทิตย์ตะวันไม่ตอบรับคำขอบคุณ เขาเพียงแค่ดึงร่างบางเข้ามาโอบประคองไว้แนบอก การปรากฏตัวของกฤตย์ทำให้เขารับรู้ถึงความเปราะบางของคนในอ้อมแขน และมันปลุกสัญชาตญาณการปกป้องในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“จำคำของฉันไว้ให้ดีแก้วกรุณา” เขากระซิบชิดเรือนผมหอมกรุ่น “ตั้งแต่วินาทีที่เธอจรดปากกาเซ็นทะเบียนสมรส ชีวิตของเธอ ศักดิ์ศรีของเธอ และร่างกายของเธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น ใครที่มันกล้าทำให้เธอมีรอยขีดข่วน ฉันจะบดขยี้มันให้จมดิน”
คำประกาศกร้าวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวงแหนและเผด็จการนั้น ทำให้หัวใจของแก้วกรุณาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้กำแพงน้ำแข็งในใจเริ่มหลอมละลายลงช้าๆ ภายใต้การปกป้องที่แสนจะอันตรายและเร่าร้อนของผู้ชายคนนี้
................
ตอนที่ 4 เผลอใจ
เสียงระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ทำงานและบานประตูไม้เนื้อแข็งที่ปิดสนิทลง ช่วยตัดขาดความวุ่นวายและแสงแฟลชจากงานกาล่าเบื้องหลังออกไปจนหมดสิ้น แก้วกรุณาถอนหายใจออกมายาวเหยียด ราวกับทหารที่เพิ่งรอดพ้นจากสมรภูมิรบอันหนักหน่วง
การต้องสวมหน้ากากภรรยาที่แสนดี และยืนหยัดปะทะคารมกับพวกลูกอีช่างติในสังคมชั้นสูง สูบพลังงานชีวิตของเธอไปจนแทบไม่เหลือ หญิงสาวก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมที่บีบรัดหน้าเท้ามาหลายชั่วโมงออก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายที่เดินนำหน้าเข้าไปในห้องรับแขก
อาทิตย์ตะวันปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกแล้วโยนมันพาดไว้บนพนักพิงโซฟาหนังอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางสง่างามและทรงอำนาจที่เขาใช้ข่มขวัญทุกคนกลางงานเลี้ยงเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่เริ่มฉายชัดบนใบหน้าคมคาย ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับขวาของตัวเอง ลมหายใจที่พ่นออกมาหนักหน่วงและติดขัดกว่าปกติจนคนมองสังเกตได้
“คุณทำได้ดีมากสำหรับงานคืนนี้” น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันกลับมามอง “พวกบอร์ดบริหารดูจะพอใจกับภาพลักษณ์ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบของเรา ส่วนคุณหญิงดาริกาก็คงอกแตกตายไปแล้วที่เห็นเธอสวมสร้อยประจำตระกูลเส้นนั้น”
“มันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำเพื่อแลกกับความช่วยเหลือของคุณอยู่แล้วค่ะ” แก้วกรุณาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาระยะห่างตามกฎเกณฑ์ที่เขาเคยตั้งไว้
ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ นัยน์ตาสีเข้มจัดที่เคยดุดันและเยือกเย็นดูพร่ามัวลงเล็กน้อย ทว่าเขาก็ยังคงพยายามฝืนยืนหยัดด้วยท่วงท่าของผู้นำที่ห้ามแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ใบหน้าหล่อเหลานั้นซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด ซ้ำยังมีรอยริ้วสีแดงระเรื่อพาดผ่านโหนกแก้มราวกับคนอุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติ
“ไปพักผ่อนซะ พรุ่งนี้ฉันมีประชุมบอร์ดบริหารแต่เช้า คงไม่มีเวลามาดูแลหรือสั่งการอะไรเธอ” เขาสั่งความพลางคลายปมเนกไทออกเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น
“แต่คุณดูหน้าซีดๆ นะคะ ไม่สบายหรือเปล่า” ความเป็นห่วงที่หลุดปากออกไปทำให้แก้วกรุณาแทบอยากจะตบปากตัวเอง เธอไม่ควรล้ำเส้นเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขาตามข้อตกลง
“ฉันสบายดี แค่เพลีย” อาทิตย์ตะวันตัดบทอย่างเย็นชา เขาเกลียดการถูกจ้องมองด้วยสายตาเวทนาหรือห่วงใย เพราะมันทำให้เขารู้สึกไร้ความสามารถ “อย่าลืมกฎข้อแรกของเราแก้วกรุณา อย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉันถ้าฉันไม่ได้ร้องขอ”
คำพูดไร้เยื่อใยนั้นเปรียบเสมือนกำแพงน้ำแข็งที่ตอกกลับมาแสกหน้า หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่ง เธอหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนของตัวเองโดยไม่หันกลับไปมองผู้ชายปากแข็งคนนั้นอีก ทิ้งให้ซีอีโอหนุ่มยืนหยัดแบกรับความกดดันและพิษไข้เอาไว้เพียงลำพัง
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงกลางดึก ภายในห้องนอนกว้างที่เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเงียบเชียบ แก้วกรุณาในชุดนอนผ้าซาตินสีเรียบพลิกตัวไปมาบนเตียงหนานุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอนอนไม่หลับ ภาพใบหน้าซีดเซียวและลมหายใจร้อนผ่าวของอาทิตย์ตะวันยังคงวนเวียนอยู่ในความรู้สึก
